แม้ว่าจะใกล้ตายเพราะงานที่ส่งพรุ่งนี้ยังไปไม่ถึงไหน

อีเนก็ยังหลั่นล้าจะมา up blog ให้ได้ 555


วันนี้ไปดูโรงงานมาจ้า
คราวนี้เป็นโรงงานน้ำมันพืช (รำข้าว) "คิง"

เป็นโรงงานอยู่ที่ตรงแถวปู่เจ้าสมิงพรายนี่เอง

แต่การไปจากศาลายาเนี่ย ถ้าเป็นสมัยก่อน 1 ชั่วโมง ไปไม่ถึงแน่ ๆ โฮกก

เดี๋ยวนี้ ไปง่ายสบายบรื๋อ ตั้งแต่มีสะพานวงแหวนอุตสาหกรรม

แต่ สะพานนี่มัน ขึ้นทีไร เสียวทุกที

สูงอิ๊บอ๋ายอ๊ะ

สำหรับโรงงานนี้ จะมีแต่line refining อย่างเดียว ไม่มี line ของการสกัดน้ำมัน (โรงสกัดอยู่ที่อยุธยาโน้นแนะ)

เดาเอาว่า ที่ไม่เอามาไว้ที่นี้เพราะ

เกิดมันระเบิดขึ้นมา อันตรายแย่นะซิ!!!!!

คนที่ไม่ได้เรียนสายวิทย์มา งงกันละซิ อีนี่มันพูดอะไร น้ำมันพืชไม่ใช่เบนซินดีเซล จะระเบิดได้ไง


เอาเป็นว่า มาดูกันคร่าว ๆ แล้วกันว่า ไอ้กว่าที่รำข้าวป่น ๆ จะกลายเป็นน้ำมันรำข้าวใส ๆ ให้เราใช้บริโภคกันได้เนี่ย มันทำยังไงบ้าง

การสกัดน้ำมัน
จริง ๆแล้ว การสกัดน้ำมันเนี่ย มันก็มีหลายวิธีอยู่

  • การเจียว
    วิธีนี้ น่าจะดูคุ้นเคยกันที่สุด (ละมั๊ง ="=) ก็คือเอาเจ้าสิ่งที่เราจะสกัดน้ำมันเนี่ย มาให้ความร้อน เซลล์มันจะแตก แล้วน้ำมันก็ไหลออกมา โอ้ว ง่ายดายนัก
    ตัวอย่างง่าย ๆ ก็พวก มันหมู หนังไก่เนี่ยหล่ะ (อู๊ยยย พูดแล้ว อยากกินหนังไก่เจียว ต้องทำเอง ถึงจะอร่อย) ซึ่งการเจียวเนี่ย เค้าก็จะแยกอีกนะ เป็นเจียวเปียก เจียวแห้ง
  • การบีบ หรือการหีบ
    ก็ตรง ๆ ตัว เอามาบีบเลยนะหล่ะ (ง่ายไปป่ะเนี่ย) พวกนี้ จะมีเครื่องมีที่ใช้ช่วยในการบีบ เพื่อให้เซลล์ของพืช (ส่วนใหญ่ ใช้กะพวกเมล็ดพืชหล่ะนะ) มันแตก แล้วนำ้มันก็ไหลออกมา
    น้ำมันที่ได้มาจากการหีบเนี่ย เอามาใช้ทำอาหาร หรือกินได้เลย ไม่ต้องผ่านกรรมวิธีอะไรแล้ว (เว้นแต่จะเป็นพวกที่ มีสารแปลก ๆ อย่างเมล็ดฝ้าย >> ไม่แน่ใจว่า มันจะหีบได้รึเปล่านะ)
    น้ำมันที่สกัดด้วยวิธีนี้จะมีราคาค่อนข้างแพง เพราะปริมาณน้ำมันที่ได้ จะน้อย (คือมีบางส่วนมันยังค้างอยู่ในกาก) และมีความบริสุทธิ์สูง ที่เห็นบ่อย ๆ ในท้องตลาดก็คือพวก Extra Virgin Olive Oil ที่ขวดนึงราคานับพันนะหล่ะ
    (และถ้าคุณต้องทำ hydrolic press เพื่อสกัดน้ำมัน ด้วยเครื่องรุ่นระบบมือ เนี่ย รับประกันว่า กล้ามขึ้นค่ะ อีเนผ่านจัดนั้นมาแล้วเรียบร้อย)
  • การสกัดด้วยตัวทำละลาย
    วิธีนี้ จะมีขั้นตอนที่ค่อนข้างยุ่งยาก คือเป็นการใช้สารเคมีบางชนิดที่มีคุณสมบัติในการละลายไขมันได้ (คือ อย่างน้ำเนี่ย มันไม่ละลายกะน้ำมัน แต่สารบางอย่างเนี่ย มันจะรวมตัวกะน้ำมันได้ พอนึกออกชิมิ) เข้าไปละลายแล้วดึงเจ้าน้ำมันพวกนี้ออกมาจากกากของมันเนี่ยหล่ะ
    น้ำมันที่สกัดด้วยวิธีนี้ พบเห็นได้ทั่วไปตามร้านขายของชำ เซเว่นบางสาขา ชั้นวางในท้อป โลตัส บิกซี บลาๆๆๆๆ น้ำมันพืชทำอาหาร อย่างน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันปาล์ม น้ำมันข้าวโพด ที่ขายกันขวดละ 40 บาทขึ้นราคาอยู่โครม ๆ เนี่ยหล่ะ

เมื่อกี้ บอกไว้ใช่ม๊ะ ว่าถ้าเอาโรงกลั่นน้ำมันมาไว้ในเมือง มันเสี่ยงอันตราย ก็เำพราะไอ้สารที่เค้าใช้ในการสกัดเนี่ยหล่ะ หรือชื่ออย่างเป็นทางการของมันคือ n-hexane มันติดไฟได้นะซิ

เจ้า n-hexane เนี่ย มีคุณสมบัติที่มีการระเหยได้ง่าย (เทวางทิ้งไว้ แปร็บเดียว ก็หายไปหมดแล้ว เวลาโดนมันรดมือ ก็จะเย็น ๆ เพราะมันระเหยอย่างรวดเร็ว >>> ไม่ดีนะ โดนมันเนี่ย) แล้วเมื่อมันระเหยได้ง่าย แถมกระจายในอากาศอย่างสนุกสนานด้วย

ถ้าเกิดมีประกายไฟขึ้นมา ก็ บรึ้มม

คนที่เคยทำ Lab วิทยาศาสตร์ แล้วต้องเปิดขวดสารเคมี คงจะคุ้นเคยกับสัมผัสที่มี ไอสารเคมีพุ่งพรวดออกมาจากปากขวด

คนที่ไม่เคย คงสยดสยองเป็นยิ่งนัก (แต่อีเน ชินแล้ว)

ขนาดขวดนึง มันปริมาณ 2.5 ลิตรมั่งหล่ะ 5 ลิตรมั่งหล่ะ ไอมันยังสยองได้เพียงนั้น

แต่โรงกลั่นน้ำมันพวกนี้ เค้าใช้กันที ปริมาณล่อกันเป็นร้อยเท่าพันเท่า!!!

เยอะแค่ไหนละ ลองนึกดูแล้วกัน

เกิดเครื่องสกัดมีปัญหา ต้องหยุด เปิดเครื่องเพื่อซ่อมที

โอ้ว ไอเฮกเซนลอยกันตรึม

เพราะงั้น ถ้าโรงงานอยู่ในต่างจังหวัด ที่มันมีพื้นที่โล่ง ๆ ลมพัด ผ่าน ๆ โกรก ๆ ได้ มันก็ อันตรายน้อยกว่าใช่มั๊ยละ
(เพราะถ้าความเข้มข้นในอากาศมันไม่สูงนัก มันก็ไม่ได้ว่าจะติดไฟเอาง่าย ๆ นักหรอก)

คั่นสายตาซักหน่อย ด้วย ผังการสกัดน้ำมันรำข้าวของคิง



เอาหล่ะ กลับมาทีกระบวนการผลิต

เมื่อกี้น่าจะยังพอจำได้ว่า ไอ้น้ำมันแบบบีบเนี่ย มันเอามาใช้ได้เลย

สงสัยกันมั๊ย ว่าแ้ล้วทำไม ไอ้น้ำมันสกัดด้วยสารเคมีเนี่ย มันถึงยังเอามากินไม่ได้ล่ะ

ประการแรก ก็ไอ้สารเคมี มันยังอยู่ในน้ำมันไง



และประการต่อมา สารเคมีพวกนี้ มันไม่ได้ละลายน้ำมันออกมาอย่างเดียวนี่นา มันดันไปละลายอย่างอื่นที่กินไม่ได้ออกมาด้วย

เพราะงี้ ก็เลยต้องมีกระบวนการกำจัดสารโน้นสารนี่ต่าง ๆ หรือที่เรียกว่าการ Refining ไง
ซึ่งก็ ไม่ขอลงรายละเอียดแล้วกัน เพราะมันคงจะดูยุ่งยากเกินไปหล่ะนะ

เอาเป็นว่า หลังผ่านกระบวนการนี้เนี่ย เราก็จะได้น้ำมันพืชใส ๆ ปิ๊ง ๆ มาพร้อมบริโภคกันหล่ะ

เอาเป็นว่า ก็แปะผังไว้ให้ดูเล่นเป็นขวัญตาละกัน 555



ดูเหมือนกระบวนการไม่เยอะนะ แต่แค่ไอ้ refining เนี่ย ก็ล่อเข้าไป 3 วันแนะ!!

เอาหล่ะ กลับมาที่น้ำมันรำข้าวกันอีกรอบ

มันดียังไงนะเหรอ

ก็ เจ้าน้ำมันรำข้าวเนี่ย มันเป็นน้ำมันที่มีกรดไขมันที่ดีกับสุขภาพ (ไม่อิ่มตัวเดียว MUFA) อยู่สูงนะซิ ซึ่ง ก็มีหลายงานวิจัยยืนยันมาเหมือนกันนะว่า ช่วยลดปัญหาสุขภาพได้หลายอย่างเลย

อ้อ น้ำมันรำข้าวของคิงเนี่ย ก็เป็นอีกยี้ห้อนึง ที่ไม่ได้ใส่สารเคมีเพื่อยืดอายุ (ประมาณว่ากันหืน) เลย (ตัวแรกที่รู้มาคือ น้ำมันถั่วเหลืองกุ๊ก >> ก็ปีที่แล้ว ได้ไปดูของกุ๊กนี่นา)
แต่เค้าจะใช้วิธีการ พ่นก๊าซไนโตรเจนลงไปแทน เพราะการที่น้ำมันหืนได้ มาจากที่ส่วนนึงมันสัมผัสกะอากาศนั่นเอง (ซึ่ง วิธีนี้ก็คุ้น ๆ ว่า กุ๊กจะทำเป็นที่แรกในไทย ละมั๊ง)

เพราะฉะนั้น น้ำมันพวกนี้ เลยมีอายุการเก็บรักษานาน ถ้ายังไม่เปิดฝาขวด
แต่ถ้าเปิดแล้วเนี่ย ก็หืนได้ไวตามที่มันควรจะเป็นละนะ

วันนี้ที่ไป ก็เจอข้อมูลที่น่าตกใจแบบขำ ๆ

 

  • การจะได้น้ำมันรำข้าวมาซัก 1 ลัง (12ขวด)เนี่ย ต้องใช้ข้าวที่ปลูกจากนาข้าวพื้นที่ประมาณ 3 ไร่แนะ!!!
  • ม้าแข่งที่เลี้ยงด้วยน้ำมันรำข้าว จะมีพละกำลังสูง กล้ามเนื้อแข็งแรง และ ขนสวยเป็นเงางาม !!!
วันนี้เลยเล่นมุขอาหารม้ากันตลอดทาง =[]=

เอ้า ว่าแล้ว ก็แปะรูปดีกว่า

แสงเห่ย กล้องเห่ย(มือถือ) รูป เลยเห่ย


อะเมซซิ่งไทยแลนด์มาก ตั้งแต่มาดูโรงงาน พึ่งเคยใส่หมวกแบบนี้เป็นครั้งแรก!!!!
ปกติ จะมีแต่พวก หมวกนิ่ม ๆ ที่คล้าย ๆ หมวกอาบน้ำอะ หรือบางโรงงาน ที่เค้าผลิตกันในระบบปิด (คือ ยังไงเราก็ยุ่งกะ product เค้าไม่ได้เลยอ่ะ เพราะมันวิ่งอยู่ในท่อ) เนี่ย ก็ไม่ต้องใส่เลย !!!

ซึ่ง จิง ๆ โรงงานน้ำมันเนี่ย เราก็ไม่ได้อะไรกะมันเลยนะ ="=


วันนี้เลย เป็นแว๊นบอย สก๊อยเกิีร์ลกันถ้วนหน้า 555

ใน line การผลิต เค้าไม่อนุญาติให้เราถ่ายรูปกันได้หล่ะนะ ยกเว้นตรงการบรรจุ (เพราะถ่ายไป ก็ไม่เห็นอะไร)


เห็นกองขวดเปล่าด้านขวาป่ะ
ขวดพวกนี้ จะถูกลำเลียงลงสายพาน ผ่านการฉีดล้างด้วย ลม (แหง ขืนล้างน้ำ ก็จบเห่ละซิ) จากนั้น มันก็จะวนๆๆๆๆไปบรรจุน้ำมัน วิ่งไปที่เครื่องปิดฝาอัตโนมัติ (ไอ้ที่ว่ามาเนี่ย มันวน ๆ อยู่ในเครื่องตรงกลาง เครื่องเดียวนั่นหล่ะ all in one จริง ๆ)


ออกจากปิดฝา ก็จะวิ่งๆๆๆ ผ่านเครื่องปิดผนึก (พลาสติกบาง ๆ ที่อยู่รอบฝาขวดไง) เครื่องนี้ ก็ไอ้เครื่องสี่เหลี่ยม ๆ ที่อยู่เยื้องไปทางซ๊ายหน่อย ที่มีวงกลมสีแดงนะหล่ะ


หลังจากปิดผนึกเรียบร้อย มันก็จะผ่านออกมา แล้วลำเลียงลงลังด้วย มือคน ค่ะ
ไม่ต้องแปลกใจไป
เป็นเรื่องปกติ เพราะ ถ้าพูดจริง ๆ ไม่มีความจำเป็นใด ๆ เลย ที่จะต้องซื้อเครื่องมือราคาเป็นแสนเป็นล้าน เพื่อแค่หยิบขวดน้ำมันใส่ลัง (และ ถ้าพูดตามตรง คนทำได้ดีกว่า ละเอียดกว่าซะอีก)

ก็ ปิดท้ายด้วยรูปนี้แล้วกัน

ของฝากจากโรงงาน
น้ำมันรำข้าวแบบพรีเมียมเกรด มีสาร(อะไรวะ จำไม่ได้แล้ว) สูงกว่า เลยมีคุณภาพที่ดีกว่า

สวยเชียวเนอะ ขวดหยั่งกะพวกน้ำมันมะกอกแนะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

งือ ข้อมูลมาแบบปึ้กๆ ปรบมือๆ Hot! Hot! Hot!
เพิ่งเคยเห็นหมวกสีเงินแบบนี้ แจ่มจริงๆ กั๊กๆ
วันนี้มาอย่างมีสาระมากๆเลยค่ะ 555



น้องดอล น่ารักเนอะ
อยากคอสชุดโลลิต้าสีฟ้าเหมือนกันง่ะ

#2 By ♥ Domo ♥ on 2008-01-23 02:26

อ่านแล้วมึนเล็กน้อย เหอๆ
ว่าแต่เมื่อไรแกจะทำทีสิสละเนี่ย

#3 By ~anna~ on 2008-01-23 09:15

ู^
^
^
ทำอยู่โว๊ยยยย

#4 By Nekoichann ~ Sweet Alice on 2008-01-23 13:40

ความรู้ ล้วนๆ เลยค่ะ

หมวกเหมือนพวกสแตนเลสเลยป่าวอ่ะค่ะsad smile

เห็นแว๊ปๆ มีมอก.ติดข้างหลังด้วย เจ๋งจริงbig smile

ขวดสวยมากๆค่ะ น้ำมันใสจังconfused smile
หมวกเงาแวบเลย

โรงงานผลิตเค้าใหญ่โตจริงๆ เลยค่ะ confused smile Hot!

#6 By !2know ++ on 2008-01-23 16:48