Linkที่เกียวข้อง

มาต่อกับตอนที่ 2 เลยดีกว่า (เพราะถ้าทิ้งไว้นาน อีชั้นเองจะลืมว่าไปเจออะไรมาบ้าง 5555)

หลังจากที่ พบกับคืนวันที่ชื้นแฉะ และุชุ่มฉ่ำกันไปแล้วเรียบร้อย ในวันแรกที่มอสโคว

วันรุ่งขึ้น ราวกับธรรมชาติเห็นใจ ว่า เด็กน้อย(?)ตาดำ ๆ จะเสียเงินเป็นหมื่น ๆ มาเพื่อถ่ายรูปเมืองในหมอก

จากที่ทางพยากรณ์อากาศได้ทำนานไว้ว่า ตลอด 3 วันที่เป็นกำหนดการที่เราจะต้องอยู่ที่มอสโคว จะมีฝนตกตลอด แต่ทว่า วันที่ 2 นี้ ฟ้าก็เป็นใจ เปิดให้เราได้หลั่นล้าแล้วหล่ะ


ยามเช้าตรู่ของมอสโคว ที่ถ่ายจากหน้าต่างห้องพักในโรงแรม
รถติดได้ยิ่งกว่ากรุงเทพอีก (มัน วินาศสันตโรมากกว่า จริง ๆ นะ)
ถึงช่วงเช้า จะยังดูมีเมฆ แต่ก็เห็นเค้าว่า จะดูดีขึ้นหล่ะ

หลังจากกินข้าวเช้าแบบอเมริกันเบรคฟาส (ซึ่ง มันน่าจะเรียกว่ารัสเซียเบครฟาสมากกว่า เพราะ ทั้งซาลามี่ ทั้งชีส เป็นแบบที่คนรัสเซียชอบกินมากกว่าที่คนอเมริกันชอบกัน >>> อย่างน้อย ชีสหลาย ๆ อย่าง คนเมกันหลาย ๆ คน ก็ไม่กินอ่ะ)
ที่แอบปลื้มนิด ๆ คือ ชามะนาวค่ะ เค้าก็ มีชาซองแบบชงมาให้เลือกหลากหลายเลย แต่ที่แจ่มมาก คือ "เลม่อนฝานแว่น" พอเรากดน้ำร้อนลงไป ก็ใส่เจ้าเลม่อนฝานนี่ลงไปด้วย ชาก็จะมีรสเปรี๊ยวนิด ๆ หอมเลม่อนมาก ๆ แบบนี้ซิ ถึงจะเป็น เลม่อนที ไม่ใช่ชาบีบมะนาวไทย

กินเสร็จ ก็ลงมาเจอกันตอน 9 โมง เพื่อออกเดินทางไปยังซาร์กอร์ส (ที่ออกเดินทาง 9 โมง ก็เพื่อหนีรถติด คือ จะออก 8 หรือ 9 โมง ก็ถึงที่หมายเวลาใกล้ ๆ กัน)


บ้านแบบโบราณที่เจอระหว่างทาง แล้วแวะลงถ่ายรูป สวยดี ชอบ ๆ

นั่งรถมาประมาณชั่วโมงกว่า ๆ หลับเอาแรงไป 1 งีบ ก็ถึงเมื่องซาร์กอร์สซักที

Zagorsk : เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ห่างจากกรุงมอสโกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 70 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง เมืองนี้เปรียบเสมือนเมืองโบราณเป็นที่ตั้งของศาสนสถานที่ใหญ่ที่สุด และเก่าแก่ที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 14-17 เป็นที่แสวงบุญที่ศักดิ์สิทธิ์ของประเทศและเป็นวิทยาลัยสอนศิลปะ สอนการร้องเพลงทางศาสนา สอนการวาดภาพไอคอน เป็นวิทยาลัยสงฆ์ที่มีบาทหลวงถึง 400 รูปและนักศึกษา 100 คน (ที่มา : LandRussia)


เมื่องซาร์กอร์สที่เห็นได้จากจุดชมวิว
โบสถ์ที่มีโดมหัวหอมสีทองและสีฟ้า คือโบสถ์โฮลี่ทรินิตี้ ซึ่งในนั้นมีโลงศพของนักบุญเซอร์เจียส (รายละเอียดเพิ่มเติม จิ้มที่นี่เลยจ้า)
ส่วนโบสถ์ที่มีโดมหัวหอมสีทองที่อยู่ไกลออกไปคือ โบสถ์อัสสัมชัญ ซึ่งสร้างเลียนแบบโบสถ์อัสสัมชัญ ที่จตุรัสวิหารแห่งเครมลิน


เนื่องจาก การเข้าไปถ่ายรูปด้านใน ต้องเสียเงิน 100 รูเบิ้ลต่อกล้อง (และอีเนเกิดอาการเสียดายเงิน เพราะไม่รู้ว่าด้านในมีอะไรบ้าง ก็เลยไม่จ่าย) ดังนั้น เลยมีแต่รูปด้านนอกมาให้ดูหล่ะนะ

หลังจากที่เข้าไปชมด้านในรวมถึงโบสถ์อัสสัมชัญ ที่มีศิลปะสวยงามมากมาย (แอบเห็นความพยายามของการทำภาพ 3 มิติ ของคนสมัยก่อนด้วย) เราก็ออกมาชอปปิ้งที่ตลาดนัดหน้าโบสถ์ของเมือง


ด้านบนคือบรรยากาศของตลาด ส่วนด้านล่าง เป็นเด็กวิ่งไล่นก กับ นกพิราบตัวกลมดิ๊กเหมือนลูกบอล 555

สำหรับใครที่มาที่นี่แล้ว อยากซื้อตุ๊กตาแม่ลูกด หรือ Matroshka ซื้อที่นี่อย่างด่วนค่ะ ยืนยัน เพราะที่นี่ เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำตุ๊กตาแม่ลูกดก และจากประสบการณ์ตรง ที่นี่ ราคาจะถูกที่สุด และฝีมือเนื้องานประณีตมาก ๆ (คือ ตัวที่ซื้อจากที่อื่น ดูเดี่ยว ๆ ก็เฉย ๆ แต่ พอมาดูเทียบกับที่ซื้อที่เมื่องนี้ ขนาดเดียวกัน ราคาเท่ากัน จะเห็นชัดมากว่า ความละเอียดแตกต่างกันเลยทีเดียว)

การทำตุ๊กตาแม่ลูกดกของที่นี่ ออกแนวคล้าย ๆ สินค้า OTOP บ้านเรา บางชิ้นเปิดมา ยังเห็นขี้เลื่อยอยู่ด้วยซ้ำ ประมาณว่า ทำเสร็จก็ขายเลย และของบ้างร้าน จะมีการเซ็นชื่อร้านกำกับไว้ด้านล่างด้วย

Matroshka : ป็นชื่อเรียกตุ๊กตาในประเทศรัสเซีย และมีชื่อเสียงมากจนกลายเป้นสัญลักษณ์และของฝาก สำหรับคนที่เดินทางไปท่องเที่ยวประเทศรัสเซีย ต้องซื้อติดตัวกลับมาฝากคนที่บ้านทุกครั้งเลยทีเดียว บ้านเราจะเรียกตุ๊กตานี้ว่า ตุ๊กตาแม่ลูกดก เพราะภายในจะบรรจุตุ๊กตาตัวเล็กๆตั้งแต่ 5-30 ตัว แล้วแต่ขนาดไว้ในตัวเดียวกัน เมื่อถอดออกมาตั้งเรียงราย ก็จะเห็นเล็กใหญ่เป็นลำดับชั้นอย่างสวยงาม


(ที่มารูปและภาพ : LandRussia)

แต่ตุ๊กตาแม่ลูกดก ก็ไม่ได้เพนต์เป็นลายแบบดั้งเดิมเสมอไปหรอกนะ เพราะที่ไปเนี่ย เราเจอแปลก ๆ อย่าง ลายซานต้า ลายหมีพูห์ ลายมิคกี้เมาส์ ลายแฮรี่พอร์ตเตอร์ และลายแจ็คสแปร์โรว์ด้วยหล่ะ (หรือกระทั้ง ลายนักบอลดัง ๆ ก็มี)

หลังจากชอปปิ้งตุ๊กตาแม่ลูกดก ได้ทั้งตุ๊กตา ทั้งพวงกุญแจ และอีกหลาย ๆ อย่างจนเป็นที่จุใจ (และสนุกสนาน เพราะคนขายบางคน พูดไทยได้ค่อนข้างชัดเลย >> เค้าบอกว่า เก็บเงินได้ก้อนนึง ก้มาเที่ยวกรุงเทพที 555) ก็ได้เวลาอาหารกลางวันซักที


มื่อกลางวันมื้อนี้ "เขาบอกว่า" เป็นอาหารพื้นเมืองของแถบนั้น
รายละเอียด อยู่ใน "กรูหิว" จิ้มไปดูได้เลยจ้า
(ว่าแต่ คนรัสเซีย กินข้าวเป็นอาหารหลักเหรอ??)

หลังจากอื่มจากมื้อกลางวัน ก็เิดินทางกลับเข้ามอสโคว แต่การเดินทางรอบนี้ ไม่ได้รวดเร็วทันใจเยี่ยงขาไปหรอกนะั 2 ชั่วโมงกว่า ๆ เพราะเจอรถติด ="=

กว่าจะถึงจุดมุ่งหมายต่อไป ก็ราว ๆ บ่าย 3 กว่า ๆ 4 โมงเย็นแนะ

จุดหมายต่อไปของเราคือ การนั่งรถไฟใต้ดิน

หลาย ๆ คนอาจจะเถียงว่า เดี๋ยวนี้กรุงเทพก็มีรถไฟใต้ดินแล้ว ทำไมต้องถ่อไปนั่งถึงนั่นอีกละ

แหม คู๊ณณ ถ้าได้เห็นรูป(สั่วๆ) ที่ถ่ายมา จะพูดได้เลยว่า ของบ้านเราเทียบไม่ติดเลยทีเดียว


เมโทร ( สถานีรถไฟใต้ดิน ) : "สถานีรถไฟฟ้าที่สวยที่สุดในโลก และยังเคยได้รับรางวัลชนะเลิศระดับโลกมาแล้ว มีการก่อสร้างรถไฟใต้ดินสายแรกตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี ค.ศ. 1931 ในสมัยการปกครองของอดีตประธานาธิบดีสตาลิน ซึ่งในสมัยนั้นใช้แรงงานจากทหารและยุวสมาชิกคอมมิวนิสต์จำนวน 13,000 คน ซึ่งยุวสมาชิกมีชื่อเรียกเป็นภาษารัสเซียว่าคอมโซโมล ดังนั้นจึงตั้งชื่อสถานีนี้ว่า คอมโซโมสกายา


ในสมัยสหภาพโซเวียต มีการจ้างศิลปินให้มาตกแต่งสถานีรถไฟใต้ดินของมอสโก โดยเน้นในเรื่อง
สังคมนิยม

และชาตินิยม ซึ่งทั้งนี้เพื่อเป็นการจูงใจประชาชนทางหนึ่งให้เกิดค่านิยมเรื่องความรักชาติ สถานีรถไฟที่สร้างในสมัยแรกๆ

จึงมีความงดงามมาก จึงทำให้ได้รับรางวัลระดับโลก



อีกหนึ่งความสวยงามอันเลอเลิศที่คนส่วนมากพากันเลื่องลือถึงสิ่งก่อสร้างใต้พิภพ รถไฟฟ้าใต้ดินหรือ
เมโทร ความงดงามอันแปลกล้ำ ซึ่งแต่ละสถานีนั้นความงดงามก็จะแตกต่างกันไป โดยได้รวมสถาปัตยกรรมหลากหลายแขนงและการตกแต่งที่พิเศษไว้ในแต่ละสถานี ทั้งรูปปั้นแซนเดอร์เลียร์ หินอ่อนสีดำจากภูเขาอูลาน หินอ่อนสีชมพูจากฝั่งตะวันออก โคมไฟประดับที่ห้อยระย้า เครื่องแก้ว หินแกรนิตและหินอ่อนมากกว่า 20 ชนิด ที่แกะสลักเป็นรูปต่างๆ อย่างอ่อนช้อย ทั้งมาจากประเทศรัสเซีย และต่างประเทศ รวมทั้งมีการตกแต่งด้วยภาพประดับแบบโมเสก และ แบบสเตนกลาส ที่สะท้อนภาพเรื่องราวในประวัติศาสตร์ และชีวิตของชาวรัสเซีย

(ที่มา : LandRussia)


ซึ่ง ขอยืนยันว่า แต่ละสถานีทั้งที่ผ่าน และได้ลง มีรูปแบบสถาปัตยกรรม ไม่ซ้ำกันเลย
อย่างรูปด้านบนนี้ รูปบนกลางนั่น เชื่อหรือไม่ ว่านั่นคือช่องแอร์!!!!

รถไฟใต้ดินของที่นี่ มีอายุกว่าร้อยปีแล้ว สภาพรถไฟก็ไม่ได้ใหม่นัก เวลาวิ่ง ก็มีเสียงดังพอตัวเลยทีเดียว และที่สำคัญ ลึกกว่าของเรามาก ๆ
ใครที่บ่นว่า ทางลงสถานีสีลมมันช่างลึก เมื่อคุณไปที่นี่ คุณจะลบล้างคำพูดนั้นไปเลยทีเดียว

เนื่องจากต้องการความตรงต่อเวลามาก ๆ ประตูรถไฟจะเปิดประมาณ 10 วินาทีเท่านั้น !!! คือ ดูเป็นเวลา ไม่ใช่ดูว่า คุณวิ่งไปได้เหมือนของบ้านเรา ทันก็ได้ไป ไม่ทันก็ตก ต้องรอขบวนถัดไปเลยทีเดียว





อันนี้ ถ่ายมาจากโปสการ์ด แสดงเส้นทางของเมโทรในกรุงมอสโคว

ขึ้นจากเมโทร ก็ออกมาเจอกับถนนอารบัต

ถนนอารบัต (Arbat Street)

ตั้งอยู่บนถนนเส้นเก่าของถนนอารบัต เรียกว่า อารบัตเก่า (Old Arbat) ถนนอารบัตเป็นถนนคนเดิน ห้ามรถผ่านถนนนี้มีความยาว 1 กิโลเมตร เป็นถนนศิลปินและแหล่งพบปะของผู้คนในเมือง เพื่อซื้อขายและแลกเปลี่ยน ถนนอารบัตเป็นทั้งย่านการค้า รวมทั้งเป็นแหล่งรวมสินค้าวัยรุ่นที่มีหลากหลายให้เลือกซื้อ และมีร้านค้าเปิดอยู่เป็นจำนวนมากซึ่งร้านค้าต่างๆ นั้นจะเปิดเป็นร้านจำพวกจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภค ของที่ระลึก ฯลฯ และตามถนนในย่านอารบัตนั้น ใน 1 กิโลเมตร เราจะเห็นว่ามีศิลปินมานั่งวาดรูปไม่ว่าจะเป็น ทั้งรูปเหมือน ภาพขาว-ดำ ภาพสีต่างๆ และรูปล้อเลียน ส่วนเรื่องราคานั้นสามารถต่อรองราคากันได้ โดยเริ่มต้นที่ 5-10 เหรียญสหรัฐ และใช้เวลาวาดเพียง 10 นาทีเท่านั้น และที่นั่นก็จะมีร้านขายเครื่องดื่มซึ่งจะเปิดมากในฤดูร้อน (ที่มา : LandRussia)



นอกจากของที่ระทึก เอ๊ยที่ระลึกแล้ว ยังสามารถพบเห็นการแสดงดนตรีแบบเปิดหมวก หรือการนำสัตว์มาเอิ่มมม ถ้าเป็นบ้านเรา ก็ อารมณ์ เอาหมามาขอทานอ่ะ ="= คิดว่า เค้าคงขอค่าอาหารให้สัตว์ละมั๊งนะ
(น้องต่าย 2 ตัวนั้น กลมได้จิตมาก)


รูปขำขัน : ป้ายร้านแมคในมอสโคว , ร้านที่น่าจะอารมณ์คล้าย ๆ มิลค์พลัส แล้วก็ โบสถ์เล็ก ๆ ทีุ่ถ่ายรูปไว้วันก่อนหน้าด้วย (จิ้มกลับไปเทียบสภาพท้องฟ้าได้)

ราคาแมคโดนอลที่นี่ มันสยองมากมาย อย่างบ้านเรา เซ็ทนึงก็ประมาณ 100 บาท แต่ที่นี่ 600รูเบิลแนะ!!! (แบบว่า ฆ่ากรูให้ตายซะดีกว่ามั๊ยเนี่ย ถ้าจะให้เสียเงินกินอ่ะ)

หลังจากนั้น เราก็กลับโรงแรมที่พัก ที่เดียวกับวันก่อนหล่ะนะ

เอาหล่ะ ปิดท้ายด้วยรูปนี้แล้วกัน


รูปบน : เหล่าตุ๊กตาแม่ลูกดกที่พากลับมาจากซาร์กอร์ส (แอบมีแคนดี้เนียน) ตัวกลางที่อยู่หน้าแคนดี้นั่น ของเรา ซื้อมาเพราะชอบลายมากมาย ว่าง ๆ จะถ่ายรูปมาให้ดูว่า "ทำไม" อีชั้นถึงชอบมากกกกก

รูปล่าง : เค้กอีสเตอร์ ที่ซื้อหน้าโบสถ์อัสสัมชัญ แข็ง แห้ง และ ไม่อร่อยเลย แต่เค้าบอกว่า กินแล้วจะโชคดีหล่ะนะ
(แอบงงหน่อย ๆ ทำไมอีสเตอร์รัสเซีย ไม่ตรงกะที่อื่นละ??)

เหมือนเคย รูปเต็ม ๆ ก็จิ้มมัลตี้หล่ะนะ

บ้านเรามีตุ๊กตาแม่ลูกดกแล้ว
เรานั่งๆนอนๆอยู่บ้าน
จู่ๆป้าซื้อมาในไม่รู้มาให้อ่ะ

#7 By อาเบะ (118.172.75.100|118.172.75.100) on 2014-03-07 22:56

สถาปัตย์เขาสดใสมากมายอ่ะ ชอบๆ
ถึงเราจะเบื่อแดดร้อนๆ
แต่ไปเที่ยวยังไงก็ต้องอากาศสดใสอย่างนี้แลเนอะ ถึงจะดี ^^
นู๋แคนดี้นี่เป็นไกด์นำเที่ยวที่ดีจริงๆเรย ชุดเหมาะมาก แถมไปยืนเนียนอีก...

โบสถ์สวย
กระต่ายกลมอ้ะ จะเอาๆๆ *ดิ้นๆ*

#5 By + Lady + LiLiMu + on 2008-04-29 15:41

สวยมากเลย ตื้นตันใจกับสถาปัตยกรรมอลังการ (ไอ้เจ้ากระต่ายอ้วน 2 ตัวนั่นมันอ้วนเกินไปแล้ว!!)

#4 By Bloody Bambi on 2008-04-29 12:49

กรี๊ดด น้องแคนดี้นำเที่ยวอีกแล้ว รู้สึกว่าของกินแต่ละอย่างส่วนใหญ่เหมือนจะน่ากิน แต่ก็กินไม่ลง(โดยเฉพาะประเภทเค้ก ขนมปัง)หึหึหึหึหึ

#3 By Zheng Yu [A]ming Kung © 郑玉明 on 2008-04-29 09:56

บรรยากาศงดงามมากมายชอบบ
ตุ้กตานั้นก็ชอบน่ารักดี ดูแล้วมันรู้สึก อบอุ่นแหะ

#2 By Jaru on 2008-04-29 06:54

อยากไปดูวังปีเตอร์เบิรก วันหลังมาถ่ายรูปใน abacสิ โบส สวยมากข้างใน พึงรู้ว่าสร้างเหมือนกับที่รัสเซีย

#1 By ✦くららちゃん✦ on 2008-04-29 00:39