[เยือนถิ่นหมีขาว#3]นั่งรถไฟ บ๊ายบายมอสโคว
posted on 29 Apr 2008 20:50 by sweetalice in Diary- [เยือนถิ่นหมีขาว#1] ออกเดินทางสู่มอสโคว ที่แสนเฉอะแฉะ
- [เยือนถิ่นหมีขาว#2] ตามหาแม่ลูำกดกที่ซาร์กอร์ส ลงรถใต้ดิน เดินเล่นที่อารบัต
วันที่ 3 ไม่ได้ถ่ายรูปยามเช้าซะแล้ว เพราะมัวแต่วุ่นกับการแพคกระเป๋า เพราะเราจะเช็คเอาท์กันตั้งแต่สาย ๆ เลย
อาหารเช้า ก็คล้าย ๆ วันก่อนหน้า เพราะมันเป็นโรงแรมเดียวกัน กร๊ากก
ก็เหมือนเคย ออกเดินทางตอน 9 โมง เพื่อหนีรถติดวินาศสันตโร แห่งกรุงมอสโคว
จะว่าไป คนมอสโควนี่ ใจร้อนชะมัด ทั้งที่อากาศเย๊นเย็น
เพราะในช่วงแค่ 1 วัน ที่นั่งรถรอบเมืองเนี่ย เราเจออุบัตติเหตุที่ชนกันแรง ๆ แบบหน้ายุบไปเลย ขับต่อไม่ได้ อย่างน้อย ๆ 3 ครั้งต่อวันเชียวนะ (แล้วที่ไม่เจอละ อีกเท่าไหร่)
แถม เวลารถมันติดมันขัดอะไรเข้าหน่อย ก็บีบแตรกันลั่นถนนเชียว
คนกรุงเทพที่ว่าใจร้อน ๆ เนี่ย ชิดซ๊ายเลย
เอ้า เข้าเรืองดีกว่า
ช่วงเช้าของวันนี้ เราไปเที่ยว พระราชวังเครมลิน กันค่ะ ซึ่ง อยู่ในโซนแถบ ๆ เดียวกับจตุรัสแดง
เครมลิน :เครมลินหมายถึงป้อมปราการ
เมืองสำคัญต่างๆ ของรัสเซียจะมีเครมลินทั้งสิ้น ส่วนเครมลินแห่งมอสโกนี้สร้างในช่วงระหว่าง 1485-1495
สร้างโดยสถาปนิกชาวอิตาเลียน กำแพงนี้มีแม่น้ำโอบล้อมสองด้าน
กำแพงทั้งสี่ด้านมีความยาวทั้งสิ้น 2235 เมตร มีเนื้อที่ทั้งหมด 27.5
เฮกตาร์ หรือ 4.4 ไร่ มีหอคอยทั้งหมด 20 แห่ง
อิฐที่ใช้ในการก่อสร้างแต่ละก้อนหนัก 8 ก.ก. เครมลินและจตุรัสแดงได้รับการเลือกจากองค์การยูเนสโกให้เห็นสมบัติของโลก
หรือ World Heritage ตั้งแต่ปี 1990
นับเป็นเวลาหลายศตวรรษแล้ว
ที่ป้อมปราการแห่งมอสโกเป็นสถานที่เกดเหตุการณ์ต่างๆ
และโศกนาฏกรรมของประวัติศาสตร์ของรัสเซีย
ข้าศึกต่างชาติเคยระดมยิงปืนใส่กำแพงเครมลินนอกจากนี้
การเฉลิมฉลองหรือการจลาจลต่างที่เกิดขึ้นที่นี่ทั้งนั้น
ปัจจุบันเครมลินจัดได้ว่า
เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง
เป็นที่เก็บรวบรวมรูปเคารพทางศาสนามากมายจนประเมินค่าไม่ได้
สมบัติของพระเจ้าซาร์ล้วนเก็บอยู่ในห้องต่างๆ ในพระราชวังเครมลินด้วย
นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์สรรพาวุธ และพิพิธภัณฑ์พระคลังเพขร
(ที่มา : Land Russia)

บรรยากาศทางเข้า
ชอบดอกไม้นั่นมาก ๆ นึกถึงในเรื่องอลิซเลยหล่ะ

อันนี้ รูปบน กะล่างซ๊าย เป็นเหล่านักเรียนทหาร ที่เค้าได้วันหยุดมาเที่ยวค่ะ
อีเนเห็นแล้ว "กรี๊ดดด นี่มัน ชุดเขียวของZAFTนี่นา!!!"
ติดใจ โบว์ผูกผมของฝ่ายหญิงมาก นั่กก็เครื่องแบบนะ ทวินเทล มีพู่ ๆ เนี่ย อร๊างง
ส่วนคุณทหาร 2 คนนั่น ถ่ายมาเพราะ "เท่ห์ดี" อิ๊ๆ

รู้สึกจะเป็นพวกสุสานของทหารคนสำคัญ ๆ อ่ะ

ด้านใน สวยมากกก เห็นว่า ใช้เป็นที่รับรองแขกบ้านแขกเมืองด้วยหล่ะ

รูปแรกนั่น ที่เห็นเป็นช่องหน้าต่างเสาโรมัน "เคย" เป็นหน้าต่างห้องทำงานของผู้นำประเทศ แต่ตอนนี้ ไม่ใช่แล้ว
ปืนใหญ่ในรูปคือปืนใหญ่พระเจ้าซาร์ ซึ่งเป็นปืนใหญ่ที่สุดในโลก แต่ ไม่เคยยิงเลย!!! (สร้างมาเก็บ??) ลูกกระสุนที่วางอยู่ แต่ละลูก เห็นว่า หนักประมาณ 1 ตันเลยทีเดียว
ส่วนโดมสีทองนั่น (น่าจะ)เป็นโบสถ์อัสสัมชัญ (คือ ไม่แน่ใจว่า หลังนี้หรืออีกหลังอ่ะ)
ปืนใหญ่พระเจ้าซาร์ แบบชัด ๆ

ส่วนนี้ ระฆังยักษ์ เป็นระฆังใบที่ใหญ่ที่สุดของเครมลินทีเดียว มีชื่อเรียกว่า "ระฆังพระเจ้าซาร์"
ระฆังใบนี้ สร้างในสมัยพระนางเจ้าแอนนา ซึ่งต้องการจะสร้างระฆังที่ใหญ่ที่สุดในโลก
แต่เกิดความผิดพลาด (รู้สึกว่า คุณไกด์จะเล่าว่า มีคนราดน้ำเย็นลงไป ตอนที่มันยังร้อนอยู่) ก็เลย แตกก แบบที่เห็นในรูปนี่หล่ะ

อันนี้ หอระฆังพระเจ้าอีวาน เป็นสิ่งปลูกสร้างที่สูงที่สุดในยุคนั้น และมีกฏหมายว่า ห้ามอะไรสร้างสูงกว่า (ไม่รู้เดี๋ยวนี้ยังมีอยู่รึเปล่า)
ระฆังพระเ้จ้าซาร์รูปบน ตอนแรก ก็จะให้อยู่บนหอระฆังนี้เหมือนกันหล่ะ

วิวในเครมลิน

นี่คือสัญลักษ์ของรัสเซีย "นก 2 หัว" มีความหมายว่า "มองทั้งตะวันออก และตะวันตก" เพราะรัสเซีย เป็นประเทศทีอยู่ทั้งในเอเชีย และ ยุโรป
(น่า ช่วยลืม ๆคำว่า นก2หัว ในภาษาไทยซักแปร๊บ)
หลังจากเที่ยวชมรอบ ๆ เครมลิน เราก็เข้าไปดูศิลปะในโบสถ์อัสสัมชัญ และ พิพิธภัณฑ์อาร์เมอร์รี่ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก่าแี่ก่ที่สุดของรัสเซีย (รายละเอียด จิ้มไปอ่านที่นี่เองแล้วกัน มันยาวอ่ะ)
ซึ่ง ทั้ง 2 สถานที่นี้ ห้ามถ่ายรูป เลย ไม่มีรูปสวย ๆ อย่าง ชุดเชื้อพระวงศ์ หรือรัสเซียอีสเตอร์เอก มาฝาก
หลังจากนั้น ก็ไปกินมื้อกลางวัน เป็นอาหารจีน อีกแล้ว
แล้วก็ "เดิน" ไปจตุรัสแดงอีกรอบ เพื่อถ่ายรูปใหม่ (วันแรกมันฝนตกฟ้าครึ้มไง)
ที่ต้องเดิน ก็เพราะ รถที่นั่งมา โดนตำรวจจับ เพราะจอดในที่ห้ามจอด =_=''

ด้านหน้าจตุรัสแดง คราวนี้ มีเหยี่ยว(มั๊ง กับน้องลิง มา เอิ่มมมม ไม่แน่ใจว่า แสดงรึเปล่านะ แต่ ขอเงินอ่ะ

รูปบน คือ ป้ายของห้างกุม
ส่วนรูปล่าง "ส้วมตู้" ค่ะ ท่านผู้ชม (เห็นว่า กลิ่นใช่ย่อย)
ส่วนที่เห็นเค้ามุง ๆ กันนั่น เพราะมันมีบูธขายของที่

วิวรอบ ๆ จตุรัสแดง

น้องแคนดี้ อีกซักรอบ
รูปล่าง ๆ เนี่ย มีใครเค้าถ่ายมุมนี้กันบ้างมั๊ยเนี่ย
รายละเอียดสถานที่แถว ๆ นี้ กลับไปอ่านใน entry แรก นะคะ
และ แน่นอน เมื่อยังมีเวลา ก็ไปถ่ายรูปมหาวิทยาลัยมอสโควอีกรอบ

อีชั้นมันคนไร้ดวง วันแรกมา อยู่ในหมอก วันหลังมา ดันย้อนแสง
ส่วนรูปล่าง เป็นตลาดขายของที่ระทึกอีกแล้ว
หลังจากนั้น ก็ไปกินข้าวเย็น อีกแล้ว!!!!! (เบื่ออาหารจีนโว๊ยยย)
ซึ่งวันนี้ เรากินเร็วหน่อย เพราะต้องไปดูละครสัตว์ รัสเซียนเซอร์คัส
คือ โชว์อันนี้ จริง ๆ เค้าห้ามถ่ายรูป (อีชั้นเลยไม่ถ่ายมา) แต่ก็เห็นคนถ่ายกันตรึม
โดยส่วนตัว ไม่ค่อยประทับใจ กับโชว์นี้เท่าไหร่หล่ะนะ
ok ยอมรับ คิวดี แสดงต่อเนื่อง effect อลังการ มีทั้งเวทีธรรมดา เวทีลานเสก็ต และ เวทีที่เป็นสระน้ำ แจ่ม
แต่เราไม่ชอบเลย ที่จะเห็น สิงโตตัวผู้เป็นฝูง ผอมกะหร่อง ยอมทำอะไรก็ได้ เพื่อแลกกับเศษเนื้อชิ้นเล็ก ๆ
มันไม่ใช่อ่ะ มันไม่ใช่การกระทำที่สิ่งมีชีวิตที่สง่างามแห่งทุ่งสวันน่า จะมาทำแบบนี้
อีกอย่าง คือ ในโชว์ชุดนก มันมีนกแก้ว แล้วก็ มีนกเงือกด้วยอ่ะ ="=
เอาเหอะ ช่างมัน ๆ
หลังจากดูโชว์จบ ก็ประมาณ 4 ทุ่ม เราก็ขึ้นรถเพื่อไปสถานีรถไฟมอสโคว (คนละอันกะรถใต้ดินนะ)

เมืองมอสโคว ยามค่ำคืน

ที่ชานชลารถไฟ
คืนนี้ เราจะนอนบนรถไฟกัน เพื่อจะไปตื่นเช้าที่เซนต์ปีเตอร์เบิร์ก
โดยตู้ที่เราไป "เขาว่า" มันคือตู้ชั้น 1 ซึ่งราคาแพงกว่าตัวเครื่องบินไปเซนต์ปีเตอร์เิบิร์ก ซะอีก
แต่ เอาบรรยากาศ มันก็ ok นะ ^_^

อันนี้ เห็นตั๋ว

ด้านซ๊าย คือทางเดินในตู้ ทางขวา คือในแต่ละะห้อง
แต่ละโบกี้ จะมีแบ่งเป็นห้อง ๆ ทั้งหมด 9 ห้อง ซึ่งแต่ละห้อง จะมี 2 ที่นั่ง สะดวกสบายพอตัวทีเดียว
ยิ่งรอบนี้ ที่ไปกัน 18 คนพอดี เราก็เลยเหมือน "เหมา"ตู้กันเลย 555

แต่ละมุมของห้องหล่ะนะ (อีกอัน แผนที่)
มีหมอนให้คนละ 2 ใบ แต่ไม่ยักกะมีผ้าห่มให้แฮะ

ของที่ให้สำหรับแต่ละห้อง
อาหาร น้ำดื่ม เซ็ทเครื่องใช้ต่าง ๆ รองเท้าแตะ(ในห่ออ่ะ) หนังสือพิมพ์ แมกกาซีน
มีไม้แขวนเสื้อให้แขวนโค้ทในแต่ละด้านด้วย
(บนโต๊ะ จะมีแก้วทั้งหมด 4 ใบ ทั้งสำหรับใส่น้ำ และ ใบเล็กที่ซ้อนอยู่ด้านใน สำหรับดื่มว้อดก้า)

อันนี้อาหาร จะเห็นว่ามี 2 กล่อง
กล่องซ๊าย เห็นพวกขนมปัง แครกเกอร์ ชา กาแฟ และอุปกรณ์การกิน
กล่องขวา เป็น gouda cheese แฮม ซาลามี่ แล้วก็เนย

รูปบน พวกข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ อย่าง เซ็ทแปรงฟัน ช้อนรองเท้า หวี
ล่างซ๊าย คือรองเท้าสลิปเปอร์บางๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ล่างขวา คือแก้วสำหรับของร้อน อร่ามมาก ๆ ชอบ (ในถ้วยนั่นคือโอวันติน 3in1 ที่อีชั้นแบกไป แล้วเพิ่ม กาแฟที่เค้าให้)

อันนี้ เป็น น้ำ ที่เค้าให้ในแต่ละห้อง
ซึ่ง มีความ แตกต่าง ระหว่าง 2 ขวด
คือ ขวดซ๊ายเป็นโซดา แต่ขวดขวาเป็นน้ำเปล่าค่ะ!!!
คือ คนรัสเซีย เค้าดื่มโซดากันประจำ แต่คนไทยเราไม่ค่อยชินเท่าไหร่
ที่ขำยิ่งกว่า โซดากับน้ำเปล่า มันหน้าตาไม่ต่างกันเลย ต่างก็แค่น้ำเปล่า จะมีคำว่า STILL ตัวเล็ก ๆ เขียนไว้แค่นั้นเอง
เวลาซื้อน้ำดื่มกัน ก็ต้องระวังกันหน่อย
ส่วน ห้องน้ำ
แม้ว่า มันจะดูหรูหรา แต่ห้องน้ำ ก็ยังคง "เหมือน" ห้องน้ำรถไฟชั้น 3 ประเทศไทยเลยค่ะ
มีช่องที่พื่้น ที่มองลงไปเห็นรางรถไฟ (เสียวดี 555) และ เวลาชักโครก เราก็ยังแอบเห็น "รางรถไฟ" ผ่านช่องนั้นเหมือนกัน
สรุป มันก็ทิ้งลงรางเหมือนบ้านเราละว๊า 55555
ที่จะไม่เหมือนคือ ความสะอาดค่ะ
สะอาดมาก อาจเพราะมีคนใช้น้อย และมีพนักงานที่คอยทำความสะอาดตลอดเวลา
จบ Trip ที่มอสโควไว้แค่นี้แล้วกันค่ะ entry หน้า จะพาไปเที่ยวเซนต์ปีเตอร์เบอร์กกันต่อแล้ววววว
รูปเยอะ ๆ ใหญ่ ๆ เหมือนเคย จิ้มมัลตี้ อีกเหมือนเดิม

อ้อ เผื่อจะผ่านเข้ามา เขียนไว้ซักหน่อยแล้วกัน สำหรับ Talk of the Town
ถึงน้องกี้ และน้องคนที่โทรมาคุยกะเรา
เราไม่โกรธเลย แม้แต่นิดเดียว
เพราะเรารู้และเข้าใจได้อย่างไม่อยากเย็น ว่า มันคือความ "งี่เง่า" ของเบื้องสูงที่อยากขายข่าว
แค่นี้แล้วกัน มากกว่านี้ เจ๊ลิเขียนไว้หมดแล้วอ่ะ
About Nekoi
Sweet Alice Product
Lolita Brand & Link
Cos Memo
My Doll
[SALE]Sweet Alice Product in Stock




อยู่บ้านนอก เอ๊ย เมืองนอกก็เสียเปรียบแบบนี้ละนะ บุ๋ยๆ
นั่งอ่านบล็อคเจ๊ไปแล้วนึกถึงเคยดูรายการนำเที่ยวของนายเรย์
บรรยายที่ต่างๆเหมือนกันเลย (ไอ้บร้า ที่เดียวกัน มันก็ต้องเหมือนสิฟระ =_=)
อ๊าก อยากดูอีก
#1 By rasia ปลาทองนอกอ่าง on 2008-04-29 22:44