Linkที่เกียวข้อง

อู้เอ๋อไปหลายวัน กลับมาต่อกับ Trip รัสเซีย เป็น entry สุดท้ายแล้ว


วิวยามเช้าจากหน้าโรงแรม
จริง ๆ แล้ว โรงแรมเราอยู่ตรงข้ามกับเรือออโรร่าพอดีเลยหล่ะ

พูดถึงการจราจรในเซนต์ปีเตอร์เบิร์กซักหน่อย
แม้รถจะไม่ติดรุนแรงเท่าที่มอสโคว แต่การขับรถที่นี่ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
เพราะถนนส่วนใหญ่ เท่าที่สังเกตดู มัน "วันเวย์" ค่ะ

ฉะนั้น บางครั้ง ที่ ๆ เราจะไป บางทีห่างเพียงแค่ 2 ช่วงตึก (บลอกอ่ะ) แต่กลับต้องนั่งรถอ้อม ๆ วน ๆ ชมตึกงาม ๆ ไปอีกหลายตลบทีเดียว

ก็ เหมือนเคย ตื่นเช้า กินอาหารเช้าของโรงแรม
รู้สึกว่าที่นี่ จะถูกปาก "อิชั้น" มากมาย (แต่คนส่วนใหญ่ในทริป ไม่ปลื้มขั้นรุนแรง)
มีทบอลเนื้อแกะ อร่อยโฮก แล้วยังโครเกะเนื้อแกะอีก
แพนเค้กแบบรัสเซียสอดไส้ซาวครีม มันสุดยอดดด (อยากกินอีกจัง)
แล้วยัง ชีส(ที่น่าจะทำจากนมแพะ) อีกกว่า 10 ชนิด แถมด้วยซาลามี่ โบโลน่า บลาๆๆๆๆ อีกนับไม่ถ้วน
โอ๊ยยย อีชั้นมีฟามสุข (แต่คนอื่นนั่งกินผลไม้บนความทุกข์ เพราะกินอะไรกันแทบไม่ได้เลย เค้าบ่นว่าเหม็นกลิ่นแพะกลินแกะกัน)

หลังจากกินอะไร ๆ เสร็จ แพ็คของเรียบร้อย เราก็เช็คเอาท์จากโรงแรมกันเลย

ที่ ๆ แรกที่เราจะไปในวันนี้คือ พระราชวังฤดูร้อนปีเตอร์ฮอฟ ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองเซนต์ปีเตอร์เบิร์กไปประมาณ 30 กิโลเมตร (ยาวนานพอให้อิชั้นหลับสบาย ๆ ได้อีกตื่นนึง)


คุณคนคอสชุดทหารนั่น เค้าเห็นเราเป็นคนไทย เลยเป่าเพลงชาติ กับลอยกระทงเอาใจซะเลย
กะว่า พวกเราจะได้หลั่นล้าวิ่งไปเสียเงินถ่ายรูป แต่ เสียจายยย บังเอิญว่าทีมนี้งงทั้งทีม (ทำไมไม่เห็นเป็นเวลาชอปปิ้ง) เลยหน้าบุ่ยเก็บของเดินหนีไปตามระเบียบ

ในรูป ทะเลที่เห็นไกล ๆ คือ ทะเลฟินด์แลนด์จ้า

พระราชวังฤดูร้อนปีโตรเดอร์วาเรส(Petrodvorets หรือ Peter's Palace)
พระราชวังที่สวยงามไม่เหมือนใคร และเป็นที่หนึ่งของความใหญ่โตที่สุดในรัสเซีย

ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการสืบทอดประเพณีแห่งสากล รวมทั้งความสำเร็จ ความกล้าหาญและความเก่งกาจ ด้วยตัวอย่างของกลุ่ม สถาปัตยกรรม ประติมากรรม และกลุ่มวิศวกรรม ที่สอดสานความงามของศิลปะเข้ากับภูมิประเทศที่สวยงาม

พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช เป็นพระตำหนักของกษัตริย์รัสเซีย  โดยทำการสร้างให้ติดกับชายฝั่งเพื่อใช้ในการพักผ่อนและล่าสัตว์ในฤดูร้อน
(ที่มา และ รายละเอียด : LandRussia)

สำหรับการเข้าชมวังแห่งนี้ ถ่ายรูปได้ตามสบาย และเมื่อไปเป็นหมู่คณะ ทางนั้น จะจัดไกด์ให้ เพื่ออธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ให้พวกเรา


แต่ ถ้าเป็นทริปเด็ก จะได้ไกด์คุณนางฟ้า อั๊งงง


ภายในวัง อลังการมากมาย
และ เนื่องจากภายใน พื้นเป็นไม้ทั้งหมด
เค้าเลยบังคับให้เราใส่ถุงรองเท้า กันพื้นรองเท้าเราไปขูดพื้นเราเสียหมด


จริง ๆ แล้ว ที่เราไปชมเนี่ย เกือบทั้งหมด เป็นของที่ทำใหม่ เพราะ เสียหายไปมาก เมื่อสมัยสงครามโลก (โดนบอมบ์)


ห้องแต่งตัว เหมือนเทพนิยายมาก ๆ มีฮาร์ปด้วยย


แม้จะเป็นพระราชวังฤดูร้อน แต่ ช่วงที่ใช้ บางช่วง อากาศมันก็ไม่ได้ร้อน ออกจะหนาวด้วยซ้ำ
รูปซ๊าย คือ เตาผิง สำหรับเอาถ่านหินที่จุดไฟแล้วใส่ไว้ เพื่อให้ความอบอุ่น


ห้องเต้นรำที่สร้างขึ้นใหม่

ออกจากวังฤดูร้อน กลับเข้าสู่เซนต์ปีเตอร์เบิร์ก เพื่อเที่ยวส่วนที่เหลือที่เมื่อวาน เรานั่งรถดูแค่ด้านนอก

ที่ถัดมาคือมหาวิหารเซนต์ไอแชค

มหาวิหารเซนต์ไอแซค (St.Isacc) มหาวิหารนิกายออร์โธดอกซ์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก มหาวิหารเซนต์ไอแซคเป็นชื่อของนักบุญท่านหนึ่ง ที่มีวันเกิดตรงกับวันประสูติของพระเจ้าปีเตอร์มหาราช มหาวิหารแห่งนี้ ยุคแรกสร้างด้วยไม้  ยุคต่อมาสร้างด้วยหินแต่จมลงใต้ดิน และในยุคถัดมามีการประกวดการออกแบบมหาวิหารขึ้นซึ่ง
August de Montferrand สถาปนิกชาวฝรั่งเศส ได้ชนะการประกวดออกแบบสถาปัตยกรรมหลังนี้ (ที่มา : LandRussia)


สำหรับที่นี่ เราไม่ได้ถ่ายรูปด้านใน (สวยมากกก) เพราะ มันคิดเงิน อีกแล้ว

ที่ต่อไปคือ พิพิธภัณฑ์สัตว์สตาฟ


เปิดด้วย ป้ายชื่อด้านหน้า, รูปปั้นคนก่อตั้ง(มั๊งง จำไม่ค่อยได้แล้ว)

พิพิธภัณฑ์สัตว์และแมลงต่างๆ(Zological Museum)
เป็นพิพิธภัณฑ์สตัฟฟ์แห่งแรกของประเทศและมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ก่อตั้งขึ้นในในสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราชที่ทรงมีความสนพระทัยในเรื่องชีววิทยา
จึงเก็บสะสมมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1699 ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่พระองค์เสด็จไปประพาส เปิดให้ประชาชนเข้าชมในปีค.ศ. 1838 ปัจจุบันมีสัตว์สตัฟฟ์เก็บสะสมอยู่ เป็นจำนวนมาก เช่น นก ปลา และแมลงกว่า 50 ล้านชนิดจากทั่วทุกทวีป ของสะสมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกคือ ช้างแมมมัตที่มีสภาพสมบูรณ์ที่สุด ซึ่งได้ทำการค้นพบ ซากในลุ่มแม่น้ำโคลีมา (Kolyma River) ในปีค.ศ 1901 อายุประมาณ 350 ล้านปี เป็นสัตว์สูญพันธ์ที่หาดูได้ยากกว่า สัตว์ชนิดอื่นๆ (ที่มา : LandRussia)

สำหรับที่นี่ ใหญ่โต อลังการมากมาย แถม ทำได้เจ๋งมาก ๆ โดยเฉพาะ ไอ้การจัดเป็นเรื่องราวเนี่ยหล่ะ สุดยอด

อีชั้น เด็กสายวิทย์ ที่จริง ๆ ชอบเรื่องประมาณแนวชีวะแบบนี้อยู่แล้ว เลยกดไม่ยั้ง (จริง ๆ คือ มันอั๊งอ่ะ)


โครงกระดูก เอิ่มม ปลาซักกะอย่าง
ลูกแมวน้ามม
จิ้งจอกคาบไก่




พังพอนกะงูเห่า


คุณเพนกวิ้น อ๊างงงงงงง
(ยืนยัน นั่งยัน และนอนยัน ว่า มันตายแล้ว!!!)


น้องเหมียวใต้หลังคา อั๊งงง


เนี่หล่ะ แมมมอส ที่เค้าร่ำลือกัน


ทำไมรูปนี้ รู้สึกเหมือนเห็น จิ้งจอก(aka. ปลาวาฬ) กระต่าย(aka. ปลาดาว) และ แฮมสเตอร์(น่า กระรอกก็สัตว์ฟันแทะ) เลยละเนี่ย =_=


รูปบนมันเป็นควายไบซัน แต่อีกตู้ที่ไกลออกไป มีควายไทย ใช้ไถนาด้วยหล่ะ

จริง ๆ ยังมีอีกเยอะ แต่ด้วยเวลาที่จำกัด ทำให้เราได้ดูแค่นี้ (เสียดายยยยยยยยยยยยย แต่ให้กลับไปอีกเนี่ย ขอคิดอีกซักล้านรอบนะ มันเหนื่อย)


ที่มอสโคว เป็นส้วมตู้ แต่ที่นี เป็นรถส้วม (ด้านในเป็นไง ไม่รู้ ไม่ได้ขึ้น)

ออกจากสัตว์สตาฟ เราก็ไปดูป้อมปีเตอร์แอนด์พอล์ล ที่เมื่อวาน ได้แต่ถ่ายรูปไกล ๆ

ป้อมปีเตอร์ แอนด์ ปอลดเป็นสิ่งก่อสร้างแรกสุดของเมืองสร้างในปีค.ศ 1703 เป็นอนุสรณ์ชัยชนะสงครามเหนือสวีเดนด้วย ศิลปะแบบบารอกเพื่อใช้เป็นป้อมปราการในการป้องกันข้าศึกรุกราน ตั้งอยู่บนเกาะวาซิลเยฟสกี้ (Vaslilevsky Island) ลักษณะเป็นรูปทรงหกเหลี่ยม กำแพงเป็นหินก่ออิฐ (ที่มา : LandRussia)

นอกจากป้อมแล้ว ในบริเวณเดียวกัน ยังมีวิหารปีเตอร์แอนพอลล์ด้วย ซึ่งภายใน เป็นที่เก็บพระศพของราชวงศ์โรมานอฟ

นอกจากนี้ ป้อมแห่งนี้ ยังได้ใช้เป็น"คุก" สำหรับนักโทษทางการเมือง


ถ่ายมาแค่นี้ เพราะ ไม่ค่อยอยากถ่ายรูปโลงศพมาเท่าไหร่ ="=

แอบโชว์ของที่ซื้อมาจากที่นี่หน่อย (แบบว่า อันนี้ชอบ มันอั๊งมาก)


เป็นเข็มกลัดแม่ลูกดกหล่ะ มันอั๊ง ๆ ดี 5 ตัวเรียงกัน (ใครที่เล่นปูเป้ คงเห็นในโครเส็ตของเราแล้ว)

หลังจากนั้น เราก็ไปกินข้าวเย็น (อาหารจีน อีกแล้ว) ก่อนจะเดินทางไปยังสนามบินพูลโคโว แห่งเมืองเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก


สถาปัตยกรรมที่แสนงดงาม
แอบให้สังเกต แผ่นป้ายที่เป็นรูปหน้าต่างนั่น เห็นตั้งแต่มอสโควแล้ว
เวลาเค้าซ่อม สร้าง พวกตึก เค้าจะปิดแบบนี้ไว้ นอกจากมันจะดูไม่รกตาแล้ว มันยังดู "เนียน" ดีด้วย


ประตูชัย อะไรซักอย่าง
ที่เซนต์ปีเตอร์เบิร์ก มีรถรางด้วยหล่ะ!!!


ที่สนามบิน แอบหงิดเล็ก ๆ ตอนเช็คอินที่นั่ง

เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงรู้ว่า ด้วยความสัมพันธ์ทางการทูต บลาๆๆๆๆ (ขี้เกียจอธิบาย) ตั้งแต่สมัยร. 5 ทำให้ตั้งแต่ปีที่แล้ว (ละมั๊ง) มีข้อตกลง เอิ่มมม ซักอย่าง ที่ทำให้ คนไทยสามารถเข้ารัสเซียได้ โดยไม่ต้องใช้วีซ่า ขอแค่มีพาสปอร์ดก็พอ

แต่ ภาคพื้นดิน ที่นั่น ถามเราว่า "where is your russia VISA"
แมร่งงง แอบสบถไป 1 ยกใหญ่ ก่อนจะตอบให้ว่า กรูคนไทย เข้าประเทศแกได้โดยไมต้องใช้วีซ่าโว๊ยยยยยย (ทำไมแกไม่รู้วะ คนอื่น ๆ ที่เค้าทำงานเป็นภาคพื้นดินตรงนั้นเหมือนกัน เค้ายังรู้กันทั้งนั้นเลยนะเฟ้ยยยย >> เห็นนะ ตอนที่เพื่อนแกบอกแก แล้วแกก็ยังทำหน้าเอ๋อน่ะ เห้อ)

เอ้า ไหนว่าไปทัวร์ ทำไมต้องเช็คอินเองละ??

คำตอบง่าย ๆ ก็เพราะ เจ๊คนเดียวกันนี่หล่ะ ที่บอกว่า "No Group Check In" (ทั้งที่ boss มรึง สังให้หัวหน้าทัวร์กรูไปเช็คอินกรุ๊ปกะมรึงเนี่ยน๊า~~~~~~)

สรุป เลยต้องต่างคนต่างจัดการกันเอง =_=

แบบว่า กว่าจะได้ ทุลักทุเลพอตัว

เริ่มจัดการทุกอย่างที่นั่นตั้งแต่ 3 ทุ่มกว่า ๆ กว่าจะเสร็จ ก็ 5 ทุ่มกว่า ๆ
โอย อีชั้นจะบ้า (กรูรักสุวรรณภูมิโว๊ยยยยย)

สำหรับสายการบินที่เราไป อุซเบกิซฐานแอร์เวย์ มีคนเตือนมาแล้วก่อนจะไปว่า
"สายการบินนี้ ไม่เคยไม่เลท"
เจอภาคพีื้นแบบนี้ ก็ ไม่ค่อยแปลกใจละนะ

ตามกำหนดการ เครื่องของเรา จะต้องออกตอน5ทุ่ม 50 แต่ ณเวลานั้น มันยังไม่มีรถมารับไปขึ้นเครื่องเลยค่ะ

กว่าจะได้ออกจริง ๆ นะเหรอ เที่ยงคืน50 พระเจ้า เลทได้อีก 1 ชั่วโมง (ยั๊งง มันยังมีมากกว่านี้)


อาหารบนเครื่อง เซ็ทเนื้อ กะ เซ็ทปลา (ดู ๆ ไป หน้าตาคุ้น ๆ เหมือนตอนออกจากไทยเลยวะ)

อ้อ มีถั่วเสิร์ฟก่อน อีกเช่นเคย (ใครกินถั่วแล้วตดเยอะนี่ ถือเป็นความซวย)

แต่เป็นที่น่าประหลาดใจ ว่า ตกลง สายการบินนี้ มันบอกเวลาในเที่ยวบินไว้เผื่อรึเปล่า เพราะ เราไปถึงทาเค้นซ์ ตรงเวลาแฮะ

รถรับเราจากเครื่องบิน มาปล่อยที่เกท เพื่อเตรียมรอเปลี่ยนเครื่อง (ไหนวะ ชอปปิ้งสินค้าปลอดภาษี เกทนี้ มันไม่มี duty free อ่ะ)
ก็ ok ให้หัวหน้าทัวร์เค้าจัดการเรื่องตั๋วไป ไอ้เราก็แว๊บไปเข้าห้องน้ำ จัดการธุระต่าง ๆ

กลับออกมา เจอเรื่องชอค!!!

ตามกำหนดการ เที่ยวบินที่เรานั่งจากทาเคนซ์กลับกรุงเทพ ต้องออกประมาณ 8 โมง ตามเวลาท้องถิ่น

แต่ ภาคพื้นดิน กรุณาแจ้งให้เราได้ทราบว่า

เครื่องจะเลท ออกเดินทาง 10 โมง!!!


เฮ๊ยยยยยยยยยยยยยยย เกิดมาไม่เคยเจอวะ เลท 2 ชั่วโมงเนี่ย

ไม่ได้เลทเพราะฟ้าฝนด้วย เพราะที่นั่น ฟ้าแจ่มแอร่มมากมาย

เมื่อเจอข่าวแบบนั้น สมาชิคส่วนใหญ่ เลยพากันจับจองพื้นที่ในนั้นเพื่อหามุมสงบหลับ

แต่ อิชั้น หลับไม่ลง

ก็ มันสว่างอ่ะ มัน กลางวันอ่ะ แล้วอีกอย่าง นอนบนเครื่องมา จนพอแล้ว!!!

เอาวะ ยังดี เกทนี้ น่าจะเป็นตึกเก่าแก่ มันเลยสวย

จับแคนดี้ถ่ายรูปเล่นแก้เซ็ง



หลังจากนั้น ก็นั่งดูทีวี รายการโฮมวิดิโอ (ขอบคุณพี่รปภมากกก สงสัยอีชั้นกะแม่ หน้าเหมือนคนเกาหลี เลยกรุณาเปลี่ยนเป็นช่อง อารีรังให้ เจอข่าวการเมือง กรูเบื่อโว๊ยยยย อยากไปโวยว่า เปลี่ยนทำไมวะค๊า อีชั้นดูโฮมวีดีโอ เห็นน้องแมวไล่งับหางตัวเอง ก็ดีอยู่แล้วแท้ ๆ)

พอใกล้ ๆ 10 โมง เค้าก็ประกาศให้เราเข้าเกท

แต่ มันก็ให้เรานั่งรอต่อไปอีก

กว่ารถจะมา นานมากกกกกกกกกกกกกกกกก

เอาเป็นว่า สรุปตัดตอน เครื่องออก 11 โมงวะค่ะ (เยี่ยม สิริรวมแล้ว กรูเลท 3 ชั่วโมง)


เย๊ จะได้กลับกรุงเทพแล้ววววววววว
ลาก่อนทาซเค้นท์ ไม่จำเป็น จะไม่ไปแล้ววะ เบื่อ

จากบนเครื่อง เรามองเห็นเทือกเขาที่ยังมีหิมะปกคลุมอยู่เต็มด้วยหล่ะ

ไฟลต์นี้ (จริง ๆ รวมไฟลต์จากเซนต์ปีเตอร์เบิร์กด้วยหล่ะ) สบาย ๆ คนน้อยมากกกกกกกกก นั่งเก้าอี้แบบ แถวละคน ได้ แล้วยังเหลือ
คาดว่า คนรัสเซีย คงอยู่บ้านกันหมด เพราะเป็นเทศการอีสเตอร์(ของเค้า ที่เรายังงงว่า ทำไมมันไม่ตรงกะอีสเตอร์ประเทศอื่น)


เซ็ทอาหารเช้า เหมือนเดิมเป๊ะจากตอนที่นั่งจากทาเคนซ์ไปมอสโคว (สรุป สายการบินนี้ มันคิดเมนูอื่นไม่ออก?)
ตอนที่เค้าประกาศก่อนเครื่องขึ้นว่า เมื่อได้ระดับแล้ว จะเสิร์ฟ Breakfast เนี่ย อีชั้นนั่งขำ มองนาฬิกา เออ กินเบรคฟาสตอน 11 โมง แหล่มดีว่ะ


ปิดท้ายด้วยรูป เกล็ดน้ำแข็งที่กระจกเครื่องบิน

ที่ยังคงน่าแปลกใจคือ ขึ้นจากนั่นเลท 3 ชั่วโมง แต่ถึงเมืองไทย เลทแค่ชั่วโมงเดียว
งืมม ท่าทางจะบอกเวลาเผื่อเลทละมั๊งเนี่ย

ตอนลงที่สุวรรณภูมิ แอบยากนิดหน่อย เพราะ มีฝนตก
(สรุปว่า เป็นทริปที่เปิดและปิดด้วยฝน)

กลับถึงไทยโดยสวัสดิภาพหล่ะนะ

รูปที่เหลือ อีกเยอะ จิ้มมัลตี้ เช่นเคย

สรุปส่งท้าย


รัสเซีย ประเทศสวยมาก แต่ คนเนี่ย ขอคิดอีกทีนะ ด้วยหลาย ๆ อย่าง(เราอาจจะซวยเองก็ได้ ตั้งแต่เริ่มจนจบทริป เลยเจอแต่พวกแย่ ๆ) เอาเป็นว่า ใครอยากรู้ ก็ หลังไมค์แล้วกัน

จริง ๆ ถ้ามองเรื่องสถาปัตยกรรมเนี่ย โดยความเห็นส่วนตัวนะ ของที่นี้ ยิ่งใหญ่ อลังการ แต่ เรากลับรู้สึกเฉย ๆ กับสิ่งเหล่านั้น เพราะ มันใหญ่ แต่ ไม่มีความประณีต ความอ่อนช้อย เท่าของไทย ซึ่ง ทำให้เราไม่แปลกใจว่า ทำไม ฝรั่งถึงอะเมซิ่ง ภาพฝาฝนัง ตามโบสถ์ในไทย หรือกระทั่ง ลายปูนปั้น หรือหน้าบัน หน้าจั่วต่าง ๆ หรือกระทั่ง "พระพุทธรูปไทย"

เป็นอีกครั้ง ที่ทำให้เรา รักเมืองไทย

และไปเที่ยวครั้งนี้ ทำให้เราได้รู้อะไรขึ้นมาอีกหลายอย่าง

หลาย ๆ ครั้ง เรามักจะได้รับข้อมูลจากทาง ญี่ปุ่น ออส อเมริกา หรืออีกหลาย ๆ ประเทศ ซึ่ง เป็นข้อมูลในทางที่ดีกว่าประเทศไทย ทำให้หลาย ๆ คน ก่นด่า ประเทศที่มีอะไร เฮีย ๆ แบบนี้ว่า อยากหนีไปประเทศอื่น

แต่ ไปรอบนี้ เรากล้าพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า
เรารักประเทศไทย
เรารักคนไทย
ทั้งนิสัย และน้ำใจ ที่ยังคงหาได้ (แม้จะน้อยลงก็ตามที)
อย่างน้อย ประเทศไทย ก็ยังมีอะไรหลาย ๆ อย่าง ที่ ดีกว่าหลาย ๆ ประเทศ
อย่างน้อย คนไทย ก็ยังคงมอบรอยยิ้มให้แก่กันได้ "ง่าย"

และ เราเลยไม่แปลกใจว่า ทำไมชาวต่างชาติ ถึงชอบมาเที่ยวไทย และ ทำไม เค้าถึงได้ชื่นชมคนไทย

ประเทศไทย ยังมีอะไรหลายอย่างที่ดี ๆ อยู่รอบ ๆ ตัวเราอีกมากมาย หากแต่เรามองข้ามสิ่งเหล่านั้นไป เพราะเคยชินกับการมีอยู่ และ บางครั้ง ก็ทำลายลงไปโดยไม่เห็นคุณค่า หรือบางครั้ง ก็ทำลายโดยไม่รู้ตัว

แบบนี้ จะเรียกว่าอะไรดีละเนี่ย?

ของจริงหมดเลยป่ะฮะ

#6 By ChlorinE on 2008-05-05 14:24

รูปงามมากมายconfused smile
จะว่าไป รัซเซียก็น่าเที่ยวเหมือนกัน

#5 By *Tsuki-chan* on 2008-05-05 13:27

อืมมก็ นั้นสินะไม่มีอาไรดีกว่าความเป็นไทยจริงๆแหละ
พอออกนอกประเทศเลยมองข้ามพวกคนเกรียนๆไป
ว่าแต่ชอบซากแมมมอส-*- กะลังบ้าโลกโบราณ55+

#4 By Jaru on 2008-05-05 08:39

^
^
^
เฮ้ย เซีย ไม่จริง
ไปเที่ยวมากี่ประเทศ ก็ไม่เคยเกิดอาการรักชาติเลยวะ
(โอ๊ยย ตอนไปออส อยากอยู่เมลเบิลต่อด้วยซ้ำ)

แต่ ที่นี่ เจอเข้าแค่ 2 วัน เลือดรักชาติพุ่งปรี๊ด

#3 By Nekoi ~ Sweet Alice on 2008-05-05 01:58

เห็นมะ พอออกนอกประเทศปุ๊บ ทุกคนจะเกิดอาการรักชาติ
เริ่มเห็นว่าชาติเรามีดีอะไรมั่ง
ถึงอีเซียจะรักชาติ แต่รู้สึกว่าอยู่นี่โคตรมีความสุขอ่ะ
เริ่มคิดจะกลับมาต่อที่นี่จริงๆแล้วนะเนี่ย...
โอ้ ยาวได้โล่ห์ กว่าจะอ่านจบ

ชีสนมแพะฟังดูน่ากินดีอ่ะ

ติดดาวให้ เพราะชอบตอนจบ
Hot! Hot!

#1 By + Lady + LiLiMu + on 2008-05-04 23:24